พพ.เดินหน้าใช้กฎกระทรวง BEC ควบคุมอาคารใหม่ - ดัดแปลงขนาด 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป มีผลบังคับใช้ 13 มี.ค.64

      ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ริเริ่ม พัฒนา ผลักดัน กฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ Building Energy Code : BEC  เพื่อเป็นมาตรฐานบังคับใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการใช้พลังงานสูง ด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์และวิธีการออกแบบอาคาร เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 63 กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือขนาดของอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ ๒๕๖๓ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 13 มี.ค.64 เป็นต้นไป
สําหรับกฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน นี้ ได้กําหนดให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลงครอบคลุมอาคาร 9 ประเภท ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป และต้องดําเนินการออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ ซึ่งครอบคลุม ระบบเปลือกอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ อุปกรณ์ผลิตน้ำร้อน และการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะทยอยมีผลบังคับใช้กับอาคารขนาด 10,000 ตารางเมตรในปีแรก อาคารขนาด 5,000 ในปีที่ 2 และอาคารขนาด 2,000 ตารางเมตร ในปีที่ 3 ทั้งนี้ พพ. ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎกระทรวงฯ ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีดำเนินการ ดังนี้
1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้คําปรึกษาแนะนําและตรวจรับรองแบบโดยอนุมัติผลภายใน 28 วันทําการ 
2.ตรวจประเมินแบบอาคาร โดยให้บริการตรวจประเมินแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่ ปี 2552จนถึงธ.ค 2563 ทั้งสิ้น 858 อาคาร มีผลประหยัด 628.5 ล้านหน่วย คิดเป็น 53.72 ktoe/ปี
3.การมอบฉลากแบบอาคารอนุรักษ์พลังงานให้แก่อาคารที่ผ่านการตรวจการประเมินและมีผลประหยัดสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 30 ขึ้นไป โดยดำเนินการมอบฉลากฯตั้งแต่ปี 2559 - 2562 รวมจำนวน 131 อาคาร
4. การฝึกอบรมผู้ตรวจประเมินค่าการอนุรักษ์พลังงาน มีผู้สำเร็จหลักสูตรจำนวนประมาณ 400 คน มีเป้าหมายจำนวน 1,000คน ในปี 2565
5.ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อสร้างเครือข่ายภาคเอกชนและภาครัฐ รวมกว่า 32 แห่ง
6.การเยี่ยมชมอาคารที่ผ่านการตรวจประเมิน รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงานจากเจ้าของอาคาร และตรวจสอบการใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่ก่อสร้างจริงกับวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่ขอรับการตรวจประเมิน จำนวน 126 แห่ง
7. การอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นปัจจุบันอบรมไปแล้วจำนวน 1,900 คน ทั่วประเทศ มีเป้าหมาย 4,000 คนภายในปี 2564
8.ฝึกอบรมโปรแกรม BEC ให้กับสถาปนิก วิศวกร และผู้ที่สนใจ รวมกว่า 3,500 คน
ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงBECดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของอาคารและผู้ใช้อาคารจะจ่ายค่าไฟลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ส่วนประเทศไทยเราก็จะประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีเป้าหมายว่าภายใน 20 ปีจะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวม 13,600 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นเงินกว่า 79,000 ล้านบาท

 

ิbec